Untitled Document

หน้าหลัก > ศิลปินแห่งชาติ > ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย) > คำประกาศเกียรติคุณ
ชื่อศิลปิน: นาย ราฆพ โพธิเวส

สาขา: ศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์ไทย)
สาขาย่อย: นาฏศิลป์โขน
ปีที่ได้รับ: ๒๕๔๗
ขยาย พิมพ์
คำประกาศเกียรติคุณ
นายราฆพ โพธิเวส เกิดเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๔๗๗ ณ กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรครูถม โพธิเวส ศิลปินโขนหลวง (ยักษ์) ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ และนางช่วง โพธิเวส นักแสดงละครเร่ ได้รับการศึกษาท่ารำขั้นพื้นฐานกับบิดาและมารดา ต่อมาได้เข้าศึกษาที่โรงเรียนาฏศิลป์ กรมศิลปากร ได้รับคัดเลือกให้ฝึกแสดงโขนเป็นตัวยักษ์ตามอย่างบิดา และฝึกแสดงเป็นตัวพระอีกด้วย นายราฆพ โพธิเวส สำเร็จการศึกษานาฏศิลป์ขั้นสูง ในปีพุทธศักราช ๒๕๐๓ หลังจากนั้นได้เข้ารับราชการตำแหน่งศิลปินตรี แผนกนาฏศิลป์ กรมศิลปากร จนกระทั่งเกษียณอายุราชการ

นายราฆพ โพธิเวส เป็นผู้มีฝีมือยอดเยี่ยมในการแสดงโขน โดยเฉพาะแสดงเป็นตัวยักษ์สำคัญและแสดงท่ารำมีอาวุธประกอบได้อย่างชำนาญคล่องแคล่วว่องไวและมีกระบวนท่ารำที่งดงามเมื่อมีการแสดงครั้งใดก็จะได้รับความสนใจจากผู้ชมอย่างยิ่ง จากความสารถดังกล่าว จึงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รับการต่อทำรำเพลงหน้าพาทย์องค์พระพิราพ อันเป็นเพลงหน้าพาทย์ชั้นสูงสุด จากนายรงภักดี (เจียร จารุจรณ) ศิลปินแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๒๙ ในพระราชพิธีพระราชทานครอบผู้ประกอบพิธไหว้ครูโขน และได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นผู้มีผลงานดีเด่นทางด้านวัฒนธรรม พุทธศักราช ๒๕๔๐ จากคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ นอกจากนี้ นายราฆพ โพธิเวส ได้ทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติมาตั้งแต่สมัยที่รับราชการอยู่กรมศิลปากร โดยเป็นนักแสดง เป็นอาจารย์สอนศิลปะโขน เป็นผู้กำกับการแสดงโขน ปัจจุบันดำรงตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญนาฏศิลป์โขน กรมศิลปากร และถ่ายทอดวิชาความรู้ด้านการแสดงโขนให้กับสถาบันต่าง ๆ เพื่อเป็นการสืบสานศิลปวัฒนธรรมให้ดำรงอยู่และแพร่หลายสืบไป

นายราฆพ โพธิเวส จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (นาฏศิลป์โขน) ประจำปี พุทธศักราช ๒๕๔๗
คำประกาศเกียรติคุณ การศึกษา การทำงาน รางวัล & เกียรติคุณ
ลูกศิษย์ ไฟล์สัมภาษณ์

 

ผลงานทั้งหมด
นาฏศิลป์ไทย
หน้า จาก หน้า

แสดงเป็นอินทรชิต
แสดงเป็นอินทรชิต
แสดงละครพันทาง
แสดงละครพันทาง
แสดงเป็นนนทุก
แสดงเป็นนนทุก
 
 
สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๔๙ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม